รู้ก่อน ป้องกันโรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว

วันที่ 05 ต.ค.  2560
ลมหนาวมาเมื่อไหร่ หัวใจมันยิ่งเหงา ไม่เพียงแต่เหงาอย่างเดียวยังหนาวถึงหนาวมากเสียด้วย และแน่นอนว่าร่างกายอาจจะปรับสภาพได้ไม่ทัน ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บได้ รู้ก่อน ป้องกันโรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว ดูโฮม ไกด์ มีมาฝากเพื่อที่ในหน้าหนาวนี้จะได้มีสุขภาพแข็งแรงทุกวันแม้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

โรคหวัด

สาเหตุของโรค

โรคหวัด เกิดจากเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายสามารถติดต่อกันได้ง่าย โดยเชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางจมูก ปาก และตา บางครั้งเชื้อจะอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วยที่ไอ จาม หรือเชื้ออาจติดอยู่กับภาชนะ ข้าวของเครื่องใช้ บริเวณที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย โรคหวัดแพร่กระจายได้อย่างกว้างขวางในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด และอากาศถ่ายเทไม่สะดวก

อาการของโรค

โรคหวัด จะเริ่มด้วยเป็นการไข้ ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล ไอ จาม เจ็บ หรือแสบคอ อาจมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย แต่ในผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการรุนแรงกว่า คือ อาการตัวร้อนจัด หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดตามกระดูก กล้ามเนื้อ และมักมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย

การป้องกันและการรักษา

วิธีการป้องกันโรคหวัด ทำได้โดยไม่ใช้สิ่งของรวมกับผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นจาน ชาม ช้อน ส้อม แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หรือหากมีผู้ป่วยในบ้าน แนะนำให้ผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัย หรือใช้ผ้าปิดปากเวลาไอหรือจาม เป็นต้น หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รักษาความอบอุ่นของร่างกายในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่อากาศเริ่มชื้นและเย็นขึ้นตามลำดับ โดยการรักษาโรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ควรนอนพักผ่อนให้มากๆ ดื่มน้ำเยอะๆ หากไข้ขึ้นสูงให้กินยาลดไข้ ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัว หากว่าอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการไอมากขึ้น แน่นหน้าอกนานเกิน 2 วันให้รีบไปพบแพทย์จะดีที่สุด

ไข้สุกใส

สาเหตุของโรค

โรคไข้อีสุกอีใส เกิดจากเชื้อ วาริเซลลาไวรัส หรือ Human herpesvirus type 3 ติดต่อได้โดยการสัมผัสตุ่มน้ำใสโดยตรง หรือการสัมผัสของใช้ เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า เช็ดตัว ผ้าห่ม ที่นอน หรือสูดหายใจเอาละอองของตุ่มน้ำเข้าไป พบมากในเด็กวัยเรียนที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยเฉพาะในเด็กอายุ 5 ขวบขึ้นไป ในผู้ใหญ่จะพบได้น้อยกว่า มักจะเกิดกับผู้ที่ยังไม่เคยเป็นโรคนี้มาก่อน สำหรับคนที่เคยเป็นแล้ว ก็จะไม่กลับมาเป็นอีก โรคสุกใสจะมาในช่วงปลายฤดูหนาว เดือนมกราคม-มีนาคม แต่ก็พบได้ประปรายตลอดทั้งปี

อาการของโรค

โรคไข้อีสุกอีใส จะเริ่มจากการมีไข้ต่ำๆ เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามร่างกาย อาการจะคล้ายๆ ไข้หวัดใหญ่นำมาก่อน แต่จะมีผื่น หรือตุ่มขึ้นตามมาทันที เริ่มแรกจะขึ้นเป็นผื่นแดงก่อน แล้วก็จะกลายเป็นตุ่มน้ำใสๆ และมีอาการคัน ต่อมาก็จะกลายเป็นหนอง ตุ่มจะขึ้นตามไรผม แล้วลุกลามไปยัง หน้า แขน ขา ลำตัว และแผ่นหลัง จะทยอยขึ้นจนหมดทั้งตัว ภายใน 4 วัน หลังจากนั้น จะแห้งและตกสะเก็ดไปเองใน 5 - 10 วัน และอาการไข้ก็จะเริ่มค่อยๆ ดีขึ้น 

การป้องกันและการรักษา

การป้องกันโรคไข้อีสุกอีใส สามารถไปฉีดวัคซีนนี้ ป้องกันได้เช่นกัน โรคนี้ติดต่อได้ง่าย แค่เพียงการสัมผัส เพราะฉะนั้นต้องระวัง เมื่อเจอผู้ที่เป็นโรคนี้ ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกัน และสัมผัสถูกตัวกัน แต่ในคนที่เป็นโรคนี้แล้ว ก็สามารถอยู่ร่วมกับผู้ที่เป็นได้ตามปกติ โดยการรักษาโรคไข้อีสุกอีใส ให้ทานยาลดไข้ รักษาตามอาการ และพาไปพบแพทย์ และไปตามนัดเสมอ เพื่อแพทย์ที่จะได้ติดตามรักษาอาการ ได้อย่างต่อเนื่อง

โรคท้องร่วง

สาเหตุของโรค

โรคท้องร่วง สาเหตุมาจากแบคทีเรีย และไวรัสจากอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด อาหารสุกๆ ดิบๆ การไม่ล้างมือก่อนหยิบอาหารเข้าปากก็มีส่วน ทำให้แบคทีเรียต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย

อาการของโรค

โรคท้องร่วง โดยทั่วไปจะถ่ายอุจจาระวันละ 3 ครั้งขึ้นไป ถ่ายเป็นน้ำ หรือมีมูกเลือด และมักมีอาการปวดท้อง มวนท้อง อ่อนเพลียร่วมด้วย ในผู้ป่วยบางรายอาจเป็นหนักถึงขั้นติดเชื้อจนมีอาการไข้ขึ้น ปวดเมื่อย และอาจถ่ายเป็นเลือดได้

การป้องกันและการรักษา

การป้องกันโรคท้องร่วง ทำได้โดยหมั่นดื่มน้ำสะอาดมากๆ หรือเกลือแร่ เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป แต่ไม่ควรรับประทานยาฆ่าเชื้อเพราะท้องร่วงเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งไวรัสและแบคทีเรีย แต่ยาฆ่าเชื้อสามารถฆ่าได้เฉพาะแบคทีเรียเท่านั้น หากเกิดจากเชื้อไวรัสก็ไม่สามารถฆ่าได้ และอาจทำให้เชื้อดื้อยาอีกต่างหาก โดยการรักษาให้จิบสารละลายเกลือแร่ น้อย ๆ แต่บ่อย ๆ ไปทั้งวันเพื่อรักษาอาการขาดน้ำ สังเกตง่าย ๆ คือเด็กจะเริ่มปากแห้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อย ก็ในจิบโดยทันที แต่ถ้าเด็กไม่สามารถทานเกลือแร่ได้ ก็ต้องใช้เป็นการให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดแทน

โรคปอดบวม

สาเหตุของโรค

โรคปอดบวม เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัสที่มีมากเกินไป จนทำให้มีหนอง และสารปนเปื้อนอย่างอื่นในถุงลม สาเหตุมักจะอยู่ในน้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วย สามารถแพร่กระจายออกมาเวลาไอ จาม  หรือการสำลักน้ำลาย เศษอาหาร และน้ำย่อย 

อาการของโรค

โรคปอดบวม จะมีอาการเด่นๆ คือ ไอ จาม มีเสมหะมาก แน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก คัดจมูก แล้วเริ่มมีไข้สูงเกิน 2 วัน โรคปอดบวมมักจะพบหลังจากการเป็นไข้หวัดเรื้อรัง หรือในคนที่โรคหอบหืด พบบ่อยในฤดูหนาว โดยเฉพาะกับกลุ่ม คนชรา และเด็กเล็กอายุระหว่าง 5-10 ขวบ หรือต่ำกว่านั้น

การป้องกันและการรักษา

การป้องกันโรคปอดบวม ต้องระมัดระวังในการรักษา หากไม่สบายต้องเฝ้าดูอาการ อย่างใกล้ชิด ควรดื่มน้ำบ่อยๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่ย่อยง่าย โดยการรักษาถ้าหากมีไข้ ตัวร้อนให้เช็ดตัวเรื่อยๆ แล้วทานยาลดไข้เพื่อรักษาอาการ อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น และหายภายใน 1 สัปดาห์ แต่ถ้าหากไม่ดีขึ้น มีอาการ ซึมลง ไข้สูง ทานอาหารและน้ำไม่ได้ ไอ หายใจเร็ว หายใจมีเสียง ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วย เพราะนั่นคืออาการ ของโรคปอดบวมเริ่มแรก ช่วงหน้าหนาว ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคโลหิตจาง ควรจะต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ เพราะระดับภูมิต้านทานโรคค่อนข้างต่ำ รู้ก่อน ป้องกันโรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว คงจะเป็นประโยชน์ในการดูแลรักษาสุขภาพ และรับมือกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงในบ้านเรา อย่าลืมที่จะรักษาความอบอุ่นร่างกาย ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ด้วย เพราะอย่างไรก็ตาม การไม่มีโรค คือ ลาภอันประเสริฐ

เรียบเรียงโดย : Dohome Guide


แสดงความคิดเห็น